เมื่ออ่านกวีบทนี้แล้วภาพที่เห็นจะเป็นภาพของนกน้อยที่มีความปรารถนาอยากจะบินไปให้ถึงทะเล ภูเขาและ ท้องฟ้า ทุกอย่างดูเหมือนจะมีอิสรภาพแต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะการจะบินไปยังจุดหมายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเจอกับความท้าทายหลายอย่าง ทั้งลม ทั้งฝน แต่นกตัวนี้ก็ไม่หวั่นกลัวไม่ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคไหนก็ตาม
ซึ่งความหมายจริง ๆ ของบทนี้ เมื่ออ่านต่อไปกลับไม่ได้หมายถึงนก แต่หมายถึงคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการปกป้องคนจนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม พวกเขาต้องการความเป็นอิสระภาพจากฐานันดรที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้
ทำไมคนจนจึงต้องจนต่อไป ทำไมคนจนถึงต้องโดนเอาเปรียบ ทั้งที่คนกลุ่มนี้ต่างทำงานอย่างหนักเพื่อให้ชีวิตตัวเองไปสู่จุดที่ดีขึ้น แต่เขาไม่สามารถก้าวไปสู่จุดที่ดีขึ้นได้ เพราะมีฐานันดรเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างนั้นหรือ ทั้งที่จริงแล้ว คนก็คือคน ทุกคนมีสิทธิ มีความคิด มีทุกอย่างเท่ากัน แต่ความเหลื่อมล้ำนี้ทำไมจึงเกิดขึ้นนะ
แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้จะอย่างเปลี่ยนแปลงทุกอย่างแค่ไหน ต่อสู้กับอุปสรรคมากมายเท่าไหร่ ทุกอย่างก็เป็นเหมือนความฝันล้มๆ แล้งๆ ไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้ สิ่งที่ทำได้จึงมีแต่การยอมรับความเจ็บปวดจนกว่าจะหมดแรงที่จะสู้ หรือหมดลมหายใจไปแล้วนั้นเองจึงจะหลุดพ้นจากพันธในครั้งนี้ได้จริง




