หากประเมินจากเนื้อความของบทนี้แล้ว คาดว่าน่าจะเขียนขึ้นหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2516 เพราะจากเนื้อความที่ได้อ่านเหมือนเป็นนักศึกษาสาวที่แต่งกลอนจากบนป่าเขาที่หนึ่ง เขียนจดหมายมาหาเพื่อนนักศึกษาและแสดงความเคารพต่อผู้เสียสละชีวิตจากเหตุการณ์นี้
เนื้อความบทเป็นการเขียนถึงชีวิตของตนเองที่จากเดิมเคยเป็นคนไร้สาระไปวันๆ หลงกับความคิดว่าเป็นนักศึกษามหาลัยนั้นมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆ ที่ต้องทำงานกลางดินกินกลางทราย ต่อมาเริ่มมีสำนึกและปรับปรุงตัวไม่ทำตัวเหลวไหลเหมือนที่ผ่านมา
และคิดอยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมให้เกิดความเท่าเทียมกัน ให้คนจนไม่โดนเอาเปรียบ อยากให้สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ก็เหมือนกับว่า ยิ่งพยายามทุกอย่างยิ่งแย่ลง เหมือนงมหาเงาตัวเองในแม่น้ำ ที่ไม่ว่าจะทำเท่าไหร่ก็ไม่มีทางสำเร็จได้
เธอจึงหวังอยากได้ประชาธิปไตย แต่ถ้าให้ร้องขอก็คงไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ได้ จึงเกิดเหตุการณ์ประท้วงขอความเป็นธรรม แต่การประท้วงในครั้งนี้รัฐบาลกับหันกระบอกปืนเข้าใส่ประชาชน จึงเกิดเหตุปะทะนองเลือดในครั้งนี้
เหตุการณ์นี้จึงเป็นเหตุการณ์ที่จารึกไว้ในใจของใครหลายคนได้อย่างไม่เคยลืมเลือน หลายคนพยายามหนีเข้าป่าเพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตรอดต่อไป
เธอได้เล่าถึงความลำบากที่พบเจอเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในป่า แต่เธอก็ไม่ย้อท้อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อศักดิ์ศรีของตนเอง
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในบทความนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าถามว่าเธอผิดไหมที่เลือกเส้นทางนี้ ก็บอกตามตรงว่าไม่ผิด สังคมไทยควรได้รับการเปลี่ยนแปลง ควรเป็นประชาธิปไตยจริงๆ เสียที แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เมื่อไหร่ที่มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ตราบใดที่ยังมีอำนาจอยู่เหนือประชาชน ตราบใดที่ยังเอารัดเอาเปรียบคนในประเทศอยู่ก็ไม่มีทางที่สังคมจะเปลี่ยนแปลงได้จริง
ถ้าให้มองจริงๆ สังคมปัจจุบันนี้แทบไม่ต่างอะไรจากในอดีตเลย ไทยยังคงเป็นไทยที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอยู่วันยังค่ำ เราแทบไม่มีสิทธิ์เลือกความเป็นอยู่ให้ชีวิตได้ดีขึ้นเลย เพราะต่อให้เราเลือกแต่ก็มีอำนาจบางอย่างที่เป็นผู้ตัดสินทุกอย่างภายในประเทศอยู่ดี
และฉันเชื่อว่า หากเราลุกฮือขึ้นมาเมื่อไหร่ ทหารก็คงออกปฎิบัติการณ์สังหารคนเป็นว่าเล่นแทบไม่ต่างจากเหตุการณ์เดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นในบ้านเราอีกครั้งอยู่ดี คงมีแต่ความตายที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ แต่ก็อย่างว่าแหละ ตราบใดที่คุณค่าของทรัพย์สิ้นนั้นมีค่ามากกว่าชีวิตคน เมื่อคนรุ่นเก่าตายไป ยังไงก็ต้องมีคนที่มีอำนาจเหล่านั้นขึ้นมาแทนที่อยู่ดี จึงกลายเป็นวงจรอุบาทที่เราต้องเผชิญอย่างไม่จบสิ้น
